
Megachef จะพามาทำความรู้จักกับเจ้าเครื่องปรุงชนิดนี้กันให้มากขึ้น พร้อมทั้งมาบอกต่อว่าจะเลือกซื้อซีอิ๊วขาวอย่างไรให้การปรุงอาหารทุกจานมีรสชาติที่ดีที่สุด
สิ่งที่ทุกห้องครัวต้องมี ไม่ว่าในร้านอาหารหรือในบ้านไหนๆ จะขาดไปไม่ได้เลย ก็คือ “ซีอิ๊วขาว” เครื่องปรุงรสที่มีต้นกำเนิดและอยู่คู่ครัวเอเชียมาอย่างยาวนาน แต่รู้หรือไม่ว่าซีอิ๊วสีเข้มที่ถูกเรียกว่าซีอิ๊วขาวที่เราคุ้นเคยกันนี้ มีที่มาเก่าแก่ขนาดไหน และควรจะเลือกซีอิ๊วอย่างไรให้เหมาะกับการปรุงอาหาร ดังนั้นจะพามารู้จักกับเจ้าซีอิ๊วชนิดนี้กันให้มากขึ้น รวมถึงไขข้อข้องใจต่างๆ เพื่อให้ทุกท่านสามารถเลือกใช้ซีอิ๊วขาวที่มีคุณภาพกันได้อย่างมั่นใจ
เริ่มกันด้วยเกร็ดความรู้กันสักเล็กน้อยเกี่ยวกับเครื่องปรุงที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างมากนี้ แต่ต้องบอกเลยว่าต้นกำเนิดนั้นไม่ธรรมดา เพียงแค่ชื่อเรียกที่ใช้คำว่า “ซีอิ๊ว” ก็คงจะอนุมานกันได้ไม่ยากว่า เครื่องปรุงน้ำสีเข้มนี้ต้องมาจากแดนมังกรอย่างจีนแผ่นดินใหญ่เป็นแน่ เพราะจากหลักฐานต่างๆ บ่งบอกว่าชาวจีนรู้จักถั่วเหลืองและคิดค้นวิธีการหมักมานานแล้ว เชื่อกันว่าการหมักซีอิ๊วกำเนิดขึ้นตั้งแต่ในช่วงราชวงศ์โจว (1,100 - 221 ปี ก่อนคริสตกาล) และมีการพัฒนาสูตรมาเรื่อยๆ จนได้เป็นซีอิ๊วที่มีรสเค็มจากการนำไปหมักกับข้าวและเกลือ ต่อมาซีอิ๊วได้รับความนิยมเป็นอย่างมากและถูกนำเข้าสู่วัฒนธรรมการกินในญี่ปุ่นที่เริ่มจากการทำมิโซะและพัฒนาด้วยการนำถั่วเหลืองมาหมักกับข้าวคั่วและเกลือ เพื่อให้ได้น้ำซีอิ๊วนั่นเอง
สำหรับการเข้ามาของซีอิ๊วในไทย ในช่วงแรกๆ นั้นถูกผลิตขึ้นโดยชาวจีนกวางตุ้ง แต่เราออกเสียงว่า “ซีอิ๊ว” ตามภาษาจีนแต้จิ๋ว โดยชาวจีนเริ่มผลิตซีอิ๊วขายภายในร้านเล็กของตนเอง ก่อนจะได้รับความนิยมขึ้นละเริ่มขยายเป็นกิจการใหญ่จนแพร่หลายในที่สุด ซึ่งซีอิ๊วที่หมักขึ้นในไทยจะมีสีอ่อนและรสชาติเค็มน้อยกว่าสูตรจากประเทศจีน อีกประการหนึ่งการเรียกน้ำปรุงรสสีเข้มนี้ว่าซีอิ๊วขาวนั้น เป็นการแยกชนิดของซีอิ๊วให้ชัดเจน เพราะซีอิ๊วขาวจะมีสีที่อ่อนกว่าซีอิ๊วดำมาก ในขณะที่ซีอิ๊วดำจะมีสีเข้มและข้นกว่าเล็กน้อยนั่นเอง รวมถึงรสชาติที่ต่างกันอีกด้วย
ซีอิ๊วขาวมีคุณค่าทางสารอาหารและให้ประโยชน์ต่อร่างกายด้วย เนื่องจากเป็นซอสหมักที่ได้จากถั่วเหลือง ซึ่งในถั่วเหลือง เป็นแหล่งของทั้งโปรตีน ไขมัน แร่ธาตุ และวิตามินมากมาย โดยเฉพาะโปรตีน จะเป็นโปรตีน ที่อยู่ในลักษณะที่มีโมเลกุลเล็กลงจากการย่อยสลาย จากการทำงานของเอนไซน์จากจุลินทรีย์ตามธรรมชาติ ทำให้โปรตีนเปลี่ยนเป็นกรดอมิโน ที่ง่ายต่อการนำไปใช้ประโยชน์ในร่างกาย นอกจากนี้ ปริมาณของกรดอะมิโนบางชนิด เช่น กลูตามิค จะเป็นตัวทำให้รสชาติของซีอิ๊วน่ากินมากยิ่งขึ้นอีกด้วย ดังนั้นหากเราบริโภคซีอิ๊วขาวในปริมาณที่เหมาะสมก็จะได้รับสารอาหารที่ร่างกายนำไปใช้ประโยชน์ได้นั่นเอง
แม้ว่าปัจจุบันจะมีซีอิ๊วขาวออกมาให้เลือกใช้เลือกหามากมายหลากหลาย แต่ก็ไม่ได้มีรสชาติหรือคุณสมบัติที่เหมือนกัน ดังนั้นจึงรวบรวมวิธีการเลือกซีอิ๊วขาวที่มีหลักการสังเกตง่ายๆ ให้ได้เลือกใช้ให้เหมาะกับการใช้งานและได้ซีอิ๊วขาวที่มีคุณภาพมากที่สุดกลับไป โดยมีหลักคือ
1. เลือกซีอิ๊วขาวสูตรดั้งเดิม หมักธรรมชาติ เพราะว่าสูตรดั้งเดิม เป็นซีอิ๊วที่ได้จากการหมักแบบดั้งเดิมนั่นเอง จึงเป็นซีอิ๊วที่มีรสชาติและคุณภาพความหอมที่ดีที่สุด หากสังเกตที่ฉลากก็จะพบว่าจะมีตัวเลขบ่งบอกอยู่ มีความหมายถึงความเข้มข้นและความกลมกล่อมของซีอิ๊ว จะเป็นสูตรที่ดีที่สุด ฉะนั้นกลิ่นและรสก็จะหอมกลมกล่อมที่อร่อยที่สุด
2. บรรจุภัณฑ์ที่ดีเป็นสิ่งสำคัญ บรรจุภัณฑ์ของซีอิ๊วขาวมีทั้งแบบพลาสติกและขวดแก้ว ซึ่งขวดแก้วถือเป็นการบรรจุผลิตภัณฑ์อาหารที่ดีที่สุด เพราะขวดแก้วปกป้องผลิตภัณฑ์ ที่อยู่ภายในขวดได้ดี ที่จะส่งผลต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์ อย่างไรก็ตาม ควรเลือกที่ฝาปิดได้มิดชิด เพื่อคุณภาพของซีอิ๊วที่ดีที่สุด รวมถึงควรเก็บในที่ปลอดภัย ปลอดแสง และระมัดระวังการแตกด้วยจะดีที่สุด
3. เลือกแบบปราศจากสารปรุงแต่ง หากเป็นไปได้ ควรใส่ใจรายละเอียดเพียงแค่พลิกดูบนฉลาก จะได้ซีอิ๊วที่มีคุณภาพ แถมปลอดภัยไร้สารปรุงแต่ง ดีต่อร่างกายไปด้วย โดยสารที่ควรหลีกเลี่ยงในซีอิ๊วขาวคือ สารแต่งกลิ่น การเจือสีสังเคราะห์ และผงชูรส
4. เลือกขนาดที่เหมาะกับการใช้งาน การเลือกขนาดที่เหมาะกับการใช้งานก็เป็นที่มองข้ามไปไม่ได้ หากไม่ได้มีการใช้ปรุงอาหารบ่อยๆ แนะนำให้เลือกซื้อขนาดเล็ก ที่นอกจากไม่เปลืองพื้นที่จัดเก็บแล้วยังมีปริมาณที่เหมาะกับผู้ที่ใช้ไม่มาก เพราะเนื่องด้วยหากเปิดใช้งานแล้ว ซีอิ๊วขาวอาจมีการจืดจางและคุณภาพลดลงหากใช้งานไม่หมดตามระยะเวลาที่เหมาะนั่นเอง
5. ข้อมูลความปลอดภัย ส่วนผสมของซีอิ๊วขาว เป็นสูตรเฉพาะของผู้ผลิต ทำให้ได้รสชาติ และกลิ่นหอมที่แตกต่างกันออกไป แต่อย่างไรก็ตาม ส่วนผสมบางชนิดอาจมีผลเสียต่อสุขภาพของผู้บริโภคด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สารกลูเตนที่มาจากส่วนประกอบข้าวสาลี อาจก่อให้เกอดอาการแพ้มนผู้บริโภคบางคน
ดังนั้นการเลือกซีอิ๊วขาว นอกจากเรื่อง รสชาติ แล้วยังต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภคด้วย
Tips การเก็บรักษาซีอิ๊วขาว: การเก็บรักษาที่ดี สามารถยืดอายุการใช้งานของซีอิ๊วขาวได้ โดยทั่วไปแล้วซีอิ๊วขาวที่ไม่ได้เปิดใช้งานจะสามารถมีอายุอยู่ได้เป็นปี แต่หากเปิดใช้งานแล้วแนะนำให้เก็บเข้าตู้กับข้าวและปิดฝาให้สนิท แต่หากต้องการยืดอายุการใช้งานให้ได้มากขึ้นควรเก็บไว้ในตู้เย็น เพราะเชื้อราและแบคทีเรียสามารถเจริญเติบโตได้ดีในที่ที่มีสภาวะโซเดียมสูง ซึ่งความเย็นจะสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตเหล่านี้ได้นั่นเอง

ซีอิ๊วขาวเมกาเชฟสูตรดั้งเดิมที่ดึงความหอมและรสชาติที่กลมกล่อมของถั่วเหลืองด้วยการหมักแบบวิธีธรรมชาติ โดยไม่ใส่สารเร่งการหมักที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและที่สำคัญ คือ ส่วนผสมซีอิ๊วขาวเมกาเชฟได้จากถั่วเหลืองที่นำมาใช้หมักเป็นถั่วเหลืองธรรมชาติ 100% ไม่มีการตัดแต่งพันธุกรรม หรือ NON GMO ที่มีแหล่งเพาะปลูกในประเทศ
ซีอิ๊วขาวเมกาเชฟ ผลิตภายใต้เทคโนโลยีขั้นสูงจากประเทศญี่ปุ่น เริ่มตั้งแต่การเชื้อหมักธรรมชาติ กระบวนการหมัก อุปกรณ์ เครื่องจักร และโรงงานที่สะอาด ทันสมัย ได้มาตรฐานคุณภาพอาหารส่งออก (GMP & HACCP) บรรจุในขวดแก้ว ซึ่งเป็นภาชนะที่ดีที่สุดในการบรรจุอาหาร ห่อหุ้มด้วยฉลากคุณภาพสูง ป้องกันแสงยูวี ที่จะทำปฏิกิริยากับผลิตภัณฑ์เพื่อคงคุณภาพของซีอิ๊วขาว และยังใช้เทคโนโลยีฝาจุกแบบริน แค่เพียงเอียงขวด ไม่ต้องออกแรงเหยาะ ไม่มีคราบซีอิ๊วตกค้างที่ฝา เพื่อความสะอาดและมั่นใจในการใช้งานมากขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้คือ
1. มีกลิ่นหอมของถั่วเหลืองหมักธรรมชาติ รสชาติกลมกล่อม
2. ตัดปัญหาการเสี่ยงต่อการมีผลกระทบด้านสุขภาพ
3. ปลอดภัยจากสารก่อมะเร็ง (3 MCPD)
4. ไม่มีสารกลูเตน
5. สะอาด ปลอดภัย ทุกหยด
ที่สำคัญซีอิ๊วขาวเมกาเชฟ ไม่ใส่สี ไม่ใส่ผงชูรส ไม่มีสีสังเคราะห์
เพียงแค่เลือกซีอิ๊วขาวที่มีคุณภาพ และเลือกที่เหมาะกับการใช้งาน เท่านี้ก็จะได้ซีอิ๊วขาวที่อร่อย ปลอดภัยแถมยังได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์หากบริโภคในปริมาณที่เหมาะสมอีกด้วย เราหวังว่าบทความนี้จะมอบเกร็ดความรู้เกี่ยวกับซีอิ๊วขาวตั้งแต่ต้นกำเนิดอันยาวนาน รวมไปถึงการเลือกซีอิ๊วขาวที่ดีให้กับทุกท่าน หากใครที่ยังมองหาซีอิ๊วคุณภาพเยี่ยม ก็ลองเปลี่ยนมาใช้ซีอิ๊วขาวจาก Megachef กันดูได้ด้วยตัวเอง เพราะซีอิ๊วขาวที่ดีและปลอดภัยต่อสุขภาพ Megachef ได้รวมไว้ในขวดเดียวแล้ว
03/21/2022 08:00