บทความ / ซอสหอยนางรมจาก Megachef

ซอสหอยนางรมจาก Megachef

มารู้จักกับเครื่องปรุงที่อยู่คู่ครัวไทย และได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในหมู่นักปรุงรุ่นใหม่อย่าง “ซอสหอยนางรมจาก Megachef” ว่าทำไมจึงเป็นซอสหอยนางรมอันดับต้นๆ ที่คนเลือกใช้
ซอสหอยนางรมหรือที่หลายๆ คนมักเรียกกันติดปากว่าน้ำมันหอย ถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องปรุงที่ในปัจจุบันไม่ว่าจะครัวร้านอาหารหรือครัวบ้านก็ต้องมีติดไว้ แต่เคยสงสัยกันหรือไม่ว่า จริงๆ แล้วเจ้าซอสหอยนางรมที่คุ้นเคยกัน มีที่มาอย่างไร ทำมาจากหอยนางรมจริงหรือเปล่า พร้อมแนะนำซอสหอยนางรมจาก Megachef ว่าทำไมจึงเป็นตัวเลือกของเชฟหลายๆ คน




ซอสหอยนางรมมีที่มาอย่างไร?


ก่อนที่จะมาเป็นเครื่องปรุงรสยอดนิยมในไทย มีความเชื่อว่าต้นกำเนิดซอสชนิดนี้มีถึง 2 แบบด้วยกัน แบบแรกเชื่อว่าซอสกลิ่นเอกลักษณ์นี้มีต้นกำเนิดจากประเทศจีนในแถบตอนใต้ ถูกค้นพบโดยชาวจีนริมทะเลที่เจอเข้ากับหอยนางรมก่อนจะนำไปทำอาหาร ชาวจีนจึงสังเกตได้ว่าหอยนางรมบางตัวมีกลิ่นที่แตกต่างออกไป คือ หอยนางรมตัวที่อยู่ริมฝั่งนั้นเมื่อถูกซัดเข้ามาจนทำให้เกิดการตากแดดตากลมตามธรรมชาติ หอยเหล่านั้นจะมีกลิ่นหอมมากกว่าหอยนางรมปกติ ชาวจีนกลุ่มริมทะเลจึงได้นำหอยนางรมริมฝั่งมาหมักด้วยวิธีธรรมชาติ โดยผสมกับน้ำตาล เกลือ ซีอิ๊ว จนกระทั่งพัฒนามาเป็นซอสหอยนางรมในที่สุด สำหรับเรื่องที่สอง เชื่อว่าเกิดจากความบังเอิญ พ่อค้าที่เปิดร้านน้ำชาและขายหอยนางรมต้มในเมืองจูไห่ วันหนึ่งเขาได้ต้มหอยนางรมตามปกติ แต่เกิดลืมเพราะความยุ่งในวันนั้น หอยนางรมที่ต้มไว้นานเกินจนส่งกลิ่นอบอวลทำให้นึกขึ้นได้จึงรีบเข้าไปเปิดฝาหม้อดู ปรากฏหอยนางรมที่ต้มไว้มีสีเข้มและข้นขึ้นพร้อมกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์และรสชาติที่กลมกล่อมอย่างน่าประหลาด เกิดเป็นสินค้าใหม่ ที่ขายดิบขายดีไปโดยปริยายนั่นเอง กล่าวได้ว่า ตั้งแต่การค้นพบซอสหอยนางรม จนเกิดการพัฒนาการผลิตขึ้นและได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในประเทศจีน ก่อนจะมาแพร่หลายในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งเวียดนาม กัมพูชา หรือมาเลเซีย รวมไปถึงประเทศไทย เพราะเมื่อปรุงรสอาหารด้วยซอสหอยนางรมสามารถทำให้อาหารเอเชียมีรสชาติที่กลมกล่อมมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม เป็นสาเหตุที่ว่าทุกครัวทุกบ้านจึงขาดซอสหอยนางรมไปไม่นั่นเอง



ไม่ใช่แค่ปรุงอร่อยซอสหอยนางรมยังมีประโยชน์ด้วยนะ


อย่างที่ได้ทราบกันไปแล้ว ว่าซอสหอยนางรม คือ ซอสที่ทำมาจากหอยนางรมแท้ๆ ซึ่งในตัวของหอยนางรมเองนั้น มีข้อมูลทางโภชนาการด้านคุณค่าทางสารอาหารในตัวอยู่แล้วอย่างแร่ธาตุและวิตามินหลายชนิด นอกจากประโยชน์จากการน้ำไปปรุงรสเพิ่มรสชาติอาหารได้แทบทุกเมนูแล้ว หากเราบริโภคซอสหอยนางรมแท้ในสัดส่วนที่เหมาะสม เราก็จะได้รับประโยชน์จากแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นวิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินซี วิตามินดี ธาตุเหล็ก ทองแดง ไอโอดีน สังกะสีฟอสฟอรัส แคลเซียม แมกนีเซียม และแมงกานีส ที่ล้วนมีส่วนช่วยในการบำรุงร่างกาย และยังป้องกันการเสื่อมสภาพของเซลล์ในร่างกายได้อีกด้วย เรียกได้ว่าประโยชน์มากมายอัดแน่นเต็มขวดซอสเลยทีเดียว



เคล็ด (ไม่) ลับการเลือกซอสหอยนางรม


แม้ว่าในท้องตลาดปัจจุบัน จะมีซอสหอยนางรมที่หน้าตาเหมือนกันออกมามากมาย แต่ละสูตรมีรสชาติที่ต่างกัน หากเราเลือกใช้ได้อย่างเหมาะสม ก็สามารถทำให้การปรุงอาหารแตกต่างกันและดีขึ้นกว่าเดิมได้ด้วย โดยมีหลักในการเลือกดังนี้

รสชาติของซอสหอยนางรมวัดได้จากอัตราส่วนวัตถุดิบบนฉลาก: ซอสหอยนางรมแต่ละแบบ มีรสชาติที่แตกต่างกัน ซึ่งบางสูตรอาจมีความเค็มนำ หรือบางสูตรก็อาจจะหวานเกินไปได้ ก็เพื่อให้เหมาะกับการปรุงอาหารไปตามแต่ละเมนู เช่น หากซอสที่มีสีเข้มและมีรสเค็มนำจะเหมาะกับการราดเป็นซอสหรือการหมัก ส่วนที่มีสีอ่อนและหวานนำจะเหมาะกับการนำไปผัด เพื่อได้สีที่สวยและรสชาติที่ไม่โดดจนเกินไปนั่นเอง ซึ่งเราสามารถเปรียบเทียบรสชาติของซอสได้โดยวัดจากฉลากอัตราส่วนของวัตถุดิบบนบรรจุภัณฑ์นั่นเอง

ขนาดของขวดซอสก็สำคัญ: การเลือกซื้อซอสหอยนางรมที่มีปริมาณเยอะ ใช่ว่าจะเหมาะและคุ้มค่ากับทุกบ้าน เพราะหากเราใช้ซอสไม่หมดในระยะเวลาตามการเก็บรักษา ก็จะทำให้ต้องทิ้งก่อนใช้ ซึ่งซอสหอยนางรมทุกขวดจะมีวันเดือนปีที่หมดอายุระบุอยู่ แต่จะเป็นระยะเวลาที่อยู่ได้ในตอนที่ซอสยังไม่เปิดใช้งาน นั่นหมายความว่า เมื่อเปิดใช้งานแล้วคุณภาพซอสจะอยู่ได้ประมาณ 1- 2 เดือน ตามการเก็บรักษา ดังนั้นเพื่อสุขอนามัยและความคุ้มค่าควรเลือกในปริมาณที่เราสามารถใช้ซอสหมดได้ในระยะเวลาดังกล่าว

ความปลอดภัย ส่วนผสมของซอสหอย ของแต่ละยี่ห้อแตกต่างกันออกไป โดยส่วนบางชนิดอาจทำให้เกิด อาการแพ้ได้ เช่น ถ้ามีส่วนผสมของซีอิ๊ว ที่มาจากถั่วเหลือง หรือข้าวสาลี ดังนั้นผู้บริโภคที่มีอาการแพ้ควรหลีกเหลี่ยง ซอสหอยนางรมที่ผสมซีอิ๊วหรือข้าวสาลีด้วย

Tips ในการเก็บรักษาซอสหอยนางรม: โดยทั่วไปหลังจากเปิดใช้งาน ซอสหอยนางรมจะมีคุณภาพดีที่สุดในช่วง 1-2 เดือน หากเก็บรักษาไว้ที่อุณหภูมิห้องปกติแบบปิดฝาให้สนิททุกครั้ง แต่หากต้องการยืดระยะเวลาและดูแลคุณภาพให้นานมากขึ้น หลังจากเปิดใช้งานแล้ว ควรปิดฝาให้มิดชิดและนำซอสหอยนางรมเก็บไว้ในตู้เย็นก็จะสามารถยืดระยะเวลาได้ประมาณ 6 เดือนเลยทีเดียว แต่หากพบว่าซอสหอยนางรมเริ่มมีรสชาติจืดลงไม่ควรใช้ต่อจะดีที่สุด



ซอสหอยนางรมจาก Megachef ซอสหอยนางรมแท้ที่ต้องมีติดบ้าน




ซอสหอยนางรมที่มีคุณภาพดี ต้องเป็นซอสหอยนางรมแท้ ที่ผลิตด้วยวัตถุดิบชั้นดี ผ่านกรรมวิธีการผลิตที่ได้มาตรฐาน ซอสหอยนางรมจาก Megachef เป็นผู้ผลิตรายเดียวในประเทศไทยที่ผลิตซอสจากการคัดสรร โดยส่วนผสมซอสหอยนางรมเมกาเชฟที่สำคัญคือ หอยนางรมสดคัดพิเศษขนาดใหญ่ คุณภาพดีเยี่ยม จากจ.ตราด ซึ่งเป็นแหล่งน่านน้ำเดียวในประเทศไทยที่กรมประมงให้การรับรองว่าปลอดภัยจากสารไบโอท็อคซิน (BIOTOXIN) แล้วนำมาผ่านกรรมวิธีพิเศษด้วยการรมควันด้วยเปลือกไม้สักเพื่อให้ได้กลิ่นหอม จากนั้นนำมาสกัดด้วยไอน้ำบริสุทธิ์ ไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมง โดยไม่ใส่สารปรุงแต่งสังเคราะห์ใดๆ ภายใต้การผลิตในโรงงานที่สะอาด ทันสมัย ได้มาตรฐานคุณภาพอาหารส่งออก (GMP & HACCP) บรรจุในขวดแก้ว ซึ่งเป็นภาชนะที่ดีที่สุดในการบรรจุอาหาร ห่อหุ้มด้วยฉลากคุณภาพสูง ป้องกันแสงยูวีที่จะทำปฏิกิริยากับผลิตภัณฑ์ เพื่อคงคุณภาพและคุณค่าทางโภชนาการให้ได้มากที่สุด

เพราะซอสหอยนางรมเมกาเชฟ ทำจากหอยนางรมแท้ ผ่านกระบวนการผลิตที่พิถีพิถัน ผลลัพธ์ที่ได้คือ

1. มีความเข้มข้น เต็มรสชาติซอสหอยนางรมแท้
2. มีกลิ่นหอมของหอยนางรมแท้ และกลิ่นหอมจากการรมควันด้วยเปลือกไม้สัก
3. ปลอดภัยจากสารไบโอท็อคซิน (BIOTOXIN)
4. มีคุณค่าทางสารอาหารหลากหลายตามข้อมูลทางโภชนาการเพราะผลิตจากหอยนางรมสดแท้
5. สะอาด ปลอดภัย ทุกหยด ไม่มีส่วนผสมที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ อย่าง ถั่วเหลืองและข้าวสาลี

นอกจากนี้สิ่งสำคัญที่สุด ซอสหอยนางรมเมกาเชฟ ไม่ใส่สี ไม่ใส่ผงชูรส ไม่ใส่สารเคมีแต่งกลิ่นสังเคราะห์ใดๆ จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม ซอสหอยนางรมจาก Megachef เป็นหนึ่งในซอสหอยนางรมที่หลายคนเลือกใช้ เพราะคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพที่ดีที่สุดเพื่อผู้บริโภคนั่นเอง นอกจากนี้ยังเป็นผลิตภัณฑ์ Gluen-Free ารรันตีว่าไม่สารกลูเตน จากข้าวสาลีอีกด้วย และหากใครที่กำลังตามหาซอสหอยนางรมไว้ติดบ้าน ก็สามารถลองเปลี่ยนมาใช้ซอสหอยนางรมจาก Megachef กันได้เลย รับรองได้ว่าอาหารทุกจานในบ้านของคุณจะเปลี่ยนไปจนต้องติดใจอย่างแน่นอน

03/21/2022 08:00


Share :